สู่อิสรภาพของชีวิตอย่างแท้จริง
อิสรภาพทางการเงิน
ความสำเร็จจะส่งเสริมความสำเร็จคุณไม่ต้องทำงานใดๆทั้งสิ้นอีกต่อไปหลังจากที่คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้แล้วในระดับที่เราขอแนะนำคือระดับเพชรที่คุณช่วยคนให้เป็นเจ้าของธุรกิจของพวกเขาเอง 6 คนเท่านั้น จะมีเงินปันผลจากค่าลิขสิทธิ์เริ่มต้นเดือนละสามแสนบาทโอนมาให้คุณไม่มีหมดตลอดไป
อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง(Financial Freedom) คือ สภาวะที่บุคคลมีรายได้เพียงพอจากทรัพย์สินหรือแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การทำงานประจำ, ทำให้มีอิสระในการใช้ชีวิตตามต้องการ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำสิ่งที่รัก
อิสรภาพทางการเงิน คืออะไร?
มีรายได้มากกว่ารายจ่าย: รายได้จากทรัพย์สินหรือแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การทำงานประจำ เช่น การลงทุน, อสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจส่วนตัว, หรือ Passive Income สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในชีวิตประจำวันได้
ไม่ต้องทำงานเพื่อเงินอีกต่อไป:
บุคคลที่มีอิสรภาพทางการเงิน สามารถเลือกที่จะทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้ โดยไม่กระทบต่อความเป็นอยู่
มีอิสระในการใช้ชีวิต: สามารถใช้เวลาไปทำกิจกรรมที่สนใจ, เดินทาง, หรือทำตามความฝันได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน
มีเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน: มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน หรือเจ็บป่วย
เป้าหมายของอิสรภาพทางการเงิน:
สร้างความมั่นคงทางการเงิน: ช่วยให้มีชีวิตที่มั่นคงและไม่ลำบากเรื่องเงิน ปลดล็อคชีวิต: ทำให้มีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตและทำตามความฝัน
สร้างความสุข: การมีอิสรภาพทางการเงินช่วยลดความเครียดและความกังวลเรื่องเงิน ทำให้มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น
วิธีการสร้างอิสรภาพทางการเงิน:
1. วางแผนการเงิน: กำหนดเป้าหมายทางการเงิน, วางแผนการออมและลงทุน, และจัดการหนี้สิน
2. สร้างรายได้หลายทาง: หาแหล่งรายได้เพิ่มเติม เช่น การลงทุนในหุ้น, อสังหาริมทรัพย์, หรือการทำธุรกิจส่วนตัว
3. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น: ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อเพิ่มเงินออมและเงินลงทุน
4. ลงทุนอย่างชาญฉลาด:ศึกษาและเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ต้องการ
5. สร้าง Passive Income: หาแหล่งรายได้ที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้ทำงาน
6. ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน:ทำประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, และวางแผนการเงินเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
อิสรภาพทางการเงินไม่ได้หมายความว่าต้องรวย: อิสรภาพทางการเงินคือการมีชีวิตที่ปราศจากความกังวลทางการเงิน สามารถเลือกใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
ความมั่งคั่งทางการเงินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสุข แต่ความสุขที่แท้จริงมาจากสุขภาพที่ดี, ความสัมพันธ์ที่ดี, และการมีเวลาทำสิ่งที่รัก
เป้าหมายของอิสรภาพทางการเงินคือการมีชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า

สรุป: อิสรภาพทางการเงินเป็นเป้าหมายที่หลายคนใฝ่ฝัน การสร้างอิสรภาพทางการเงินต้องอาศัยความรู้, วินัย, และการวางแผนที่ดี แต่เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว จะนำมาซึ่งชีวิตที่มีอิสระและมีความสุขอย่างแท้จริง
ประวัติการดิสรับของแอมเวย์ครั้งที่ 1
แอมเวย์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขายตรงไทยสู่ยุคดิจิทัล แอมเวย์ ในปีที่ 34 กับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขายตรงไทยก้าวผ่านความท้าทายทุกวิกฤต ปรับเปลี่ยนสู่การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล

นับเป็นปีที่ 34 แล้วที่แอมเวย์ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสากรรมขายตรงไทย โดยการที่จะสามารถดำเนินธุรกิจมาได้ยาวนานขนาดนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในช่วงที่ผ่านมาที่ทุกธุรกิจได้ประสบกับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องอาศัยการปรับตัวและปัจจัยต่างๆ ในการร่วมฝ่าวิกฤติ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจให้มีความเติบโตได้ในทุกสถานการณ์ และสามารถยืนอยู่ในใจผู้บริโภคอยู่เสมอ
กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจัยความสำเร็จของแอมเวย์ที่สามารถดำเนินธุรกิจและครองใจผู้บริโภคมาได้ยาวนานกว่า 34 ปี คือ ความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ควบคู่มากับคุณภาพของสินค้าที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจด้านสุขภาพ รวมถึงความแข็งแกร่งของวิสัยทัศน์ที่ต้องการมอบคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้คน”
โดยในปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติใหญ่ที่ทุกคนได้เจอ ถือเป็นความท้าทายอย่างมากของเหล่าธุรกิจในการปรับตัวเพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดในสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด แอมเวย์มีการปรับตัวให้มีความพร้อมอย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้าน ได้แก่
Infrastructure: การซื้อสินค้าบนช่องทางออนไลน์ต้องไม่สะดุด ไร้รอยต่อ แพลตฟอร์มต้องใช้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว
Logistic: เนื่องจากการผลิตหรือการขนส่งจากต่างประเทศหยุดชะงัก การขนส่งต้องไม่ล่าช้า การจัดการสต็อคสินค้าจะต้องวางแผนและทำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ซื้อ
Communications: การสื่อสารภายในองค์กรกับพนักงาน รวมถึงสื่อสารภายนอกกับนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิก ต้องชัดเจนและมีการปรับให้ทันกับทุกสถานการณ์ เพื่อให้สื่อสารไปในแนวทางเดียวกัน
ซึ่งในด้านของการสื่อสารแอมเวย์ได้มีการปรับตัวอย่างโดดเด่น โดยแอมเวย์ได้มีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยรวมถึงมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อยู่เสมอ แบรนด์จึงเป็นที่นึกถึงมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีการปรับช่องทางการสื่อสาร ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การสื่อสารในรูปแบบออฟไลน์ ถูกปรับไปเป็นออนไลน์เกือบทั้งหมด ทำให้การแชร์ข้อมูลสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภครวดเร็วและเกิดการบอกต่อเป็นวงกว้างมากขึ้น นักธุรกิจแอมเวย์ได้ประสบการณ์ใหม่จากการจัดอบรมแบบออนไลน์ของบริษัทและที่สำคัญกว่านั้นคือการสื่อสารแบบออนไลน์ช่วยสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์สามารถสร้าง Personal Branding ผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มส่วนตัว และสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้น่าสนใจจนกลายเป็นทำให้ทุกคนสามารถเป็น Micro Influencer ได้ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดอยู่ตลอดเวลา เช่น การจัด Flash Sales หรือ Double Day Promotion เพื่อกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการซื้อของมากยิ่งขึ้น
และในปีนี้แอมเวย์มีทิศทางในการดำเนินธุรกิจ คือการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยจะใช้เทคโนโลยี ในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทำให้ธุรกิจแอมเวย์เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนได้ โดยจะเห็นได้ชัดจากการที่แอมเวย์ทุ่มงบลงทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างการเพิ่มช่องทางการซื้อสินค้าบนออนไลน์แพลตฟอร์มของบริษัท การเข้าถึงข้อมูลสินค้าและการติดต่อสอบถามเรื่องต่างๆ ด้วย แชทบอตและล่าสุดได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Amway Click เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจให้สะดวกครบจบในที่เดียว โดยถือเป็นการ Simplified shopping experience ครั้งใหญ่ของแอมเวย์ประเทศไทย และเสริมทัพกับความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม โดยจะนำเสนอสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้สินค้าตรงความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย มากยิ่งขึ้น
“เราต้องมีความจริงใจกับผู้บริโภค ทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า เพื่อครองใจผู้บริโภคอยู่เสมอ รวมถึงเราต้องหมั่นปรับตัวและพัฒนาองค์กรเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไหลลื่น และต้องไม่ลืมที่จะมอบโอกาสในการสร้างรายได้และสนับสนุนเหล่านักธุรกิจแอมเวย์ที่เป็นดังคนสำคัญขององค์กรของเราเช่นกัน”
การดิสรับครั้งที่ 2
แอมเวย์ 2024 ลอนช์แฟลกชิป 3 กลุ่มหลัก ร่วมดันตลาดขายตรงไทย 5.4 หมื่น ลบ. ฟื้นตัว แอมเวย์ประเทศไทย ประกาศแผนงานปี 2024 ลอนช์แฟลกชิป 3 กลุ่มหลัก ขยายฐานคนรุ่นใหม่ ร่วมพันธมิตรดันตลาดขายตรงไทย 5.4 หมื่น ลบ. ฟื้นตัว รับวาระครบรอบใหญ่ พาสื่อมวลชนเยี่ยมชม ‘ศูนย์วิจัยพฤกษศาสตร์แอมเวย์’ รากฐานความแข็งแกร่ง 90 ปี แบรนด์นิวทริไลท์
คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2024 แอมเวย์บริษัทแม่ (สหรัฐอเมริกา) มีอายุครบ 65 ปี ประเทศไทย 37 ปี ขณะที่ ‘นิวทริไลท์ (Nutrilite)’ ผลิตภัณฑ์หลักที่เกิดขึ้นก่อนแอมเวย์ ครบ 90 ปี
โดยนิวทริไลท์ แบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มียอดขายอันดับ 1 ของไทยและของโลก จากการรับรองของ GlobalData ที่สร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้หลายล้านคนทั่วโลก ผ่านแนวคิดและปรัชญาของแบรนด์ ‘ดีที่สุดจากธรรมชาติ ดีที่สุดจากวิทยาศาสตร์’ (Best of Nature, Best of Science) สู่สุขภาพสมบูรณ์สูงสุด และเป็นเพียงแบรนด์เดียวที่เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และมีกระบวนการผลิตด้วยระบบ ‘ฟาร์มออแกนิก (Organic Farming)’ ที่ผ่านการรับรองจาก Euromonitor International โดยแอมเวย์เป็นเจ้าของฟาร์มออแกนิก 4 แห่งใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, บราซิล ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15,000 ไร่
ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมชั้นเยี่ยมในผลิตภัณฑ์ของแอมเวย์ที่สามารถ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)’ ได้ ซึ่งนิวทริไลท์มุ่งมั่นในการติดตามทุกกระบวนการของส่วนผสมจากเมล็ดพันธุ์จนถึงการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้มาตรฐาน
ผสานองค์ความรู้และการพัฒนา ‘ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (Science & Innovation)’ ซึ่งนิวทริไลท์ได้รับสิทธิบัตรด้านโภชนาการมากกว่า 150 ฉบับ ที่เกิดจากการทำงานอย่างทุ่มเทของนักวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมากกว่า 800 คน และยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ ต่อไป
โดย ‘ศูนย์วิจัยพฤกษศาสตร์แอมเวย์ (Amway Botanical Research Center)’ หรือศูนย์ ABRC นับเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของนิวทริไลท์ ซึ่งก่อสร้างขึ้นในปี 2013 มีพื้นที่ 298 ไร่ มูลค่าเงินลงทุนสร้าง 25 ล้านดอลลาร์ ตั้งอยู่ที่เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน
ศูนย์ ABRC ทำการศึกษาและพัฒนาพฤกษศาสตร์การทำฟาร์มสมุนไพรจีนออแกนิกแห่งแรกของโลก ภายใต้การศึกษาพันธุ์พืชที่ใส่ใจทุกกระบวนการอย่างพิถีพิถัน ผนวกความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก และวิธีปฏิบัติในการปลูกพืชสมุนไพรที่ดีที่สุด ซึ่งตรงกับมาตรฐานสูงสุดของการทำฟาร์มออแกนิก และเป็นมาตรฐานเดียวกับฟาร์มออแกนิกของแอมเวย์ในสหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, บราซิล
โดยศูนย์ ABRC เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถ่ายทอดจากปรัชญาของ ‘คาร์ล เรห์นบอร์ก’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์นิวทริไลท์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะจุดเริ่มต้นของ นิวทริไลท์ เริ่มต้นที่ประเทศจีน จากการเข้ามาทำงานที่ประเทศดังกล่าวของคาร์ล และมองเห็นโอกาสการทำธุรกิจจากผู้คนในพื้นที่ ก่อนกลับไปเริ่มต้นเส้นทางนิวทริไลท์ ณ ประเทศบ้านเกิดที่สหรัฐอเมริกา
‘แอมเวย์ประเทศไทย’ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์นิวทริไลท์ที่มีสมุนไพรจีนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยศูนย์ ABRC ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพในหลากหลายมิติ
ได้แก่ ‘นิวทริไลท์ คอลลาเจน (Collagen)’ ประกอบด้วยสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว ‘นิวทริไลท์ เฮอร์บัล มิกซ์ (Herbal Mix)’ ประกอบด้วยสารสกัดจากชะเอมเทศและขมิ้นชัน ‘นิวทริไลท์ จูจูบี ไนท์ (Jujube Nite)’ ประกอบด้วยสารสกัดจากเมล็ดพุทราจีน
นิวทริไลท์ หลินจือ เฮอร์บัล พลัส (Lingzhi Herbal Plus)’ ประกอบด้วยสารสกัดจากเห็ดหลินจือ ‘นิวทริไลท์ ซิสแทนเช (Cistanche)’ ประกอบด้วยสารสกัดจากซิสแทนเชหรือโสมทะเลทราย
และในปลายเดือน มิ.ย. 2024 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘นิวทริไลท์ ลิวิท็อกซ์ (Livitox)’ ที่ประกอบด้วยสารสกัดจากบรอกโคลี ชะเอมเทศ และเมล็ดองุ่น เพื่อให้คนไทยได้ดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร
ภาพรวมการดำเนินงานของแอมเวย์ประเทศไทย หลังเข้าสู่ขวบปีที่ 37 คุณทศพรเล่าว่า ปี 2024 แอมเวย์ กำลังอยู่ในก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้น หลังบริษัทผ่านช่วงวิกฤตโรคระบาดมาเรียบร้อยแล้ว โดยได้เรียนรู้และปรับตัวในช่วงดังกล่าวมาตลอด 3-4 ปี
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องมือการตลาดทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านการลงทุนในระยะยาว 1,000 ล้านบาท พัฒนาการทำธุรกิจ พัฒนา Website, Application ‘Amway Click’, Line และ Big Data เพื่อช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Live streaming
ปัจจุบันแอมเวย์ประเทศไทยมีสมาชิกตัวแทนจำหน่าย 330,000 ราย และสมาชิกผู้ใช้สินค้า 720,000 ราย หรือประมาณ 1,050,000 คน สัดส่วนยอดขายมาจากออนไลน์ 56%
บริษัทมุ่งอัปสกิลนักธุรกิจผ่านโครงการ Amway Creator เป็นการฝึกให้นักธุรกิจแอมเวย์มีความทันสมัย เป็นแอมเวย์ ครีเอเตอร์ ครีเอตคอนเทนต์ได้ สามารถสร้าง Personal branding ผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มส่วนตัว และโพสต์สินค้าที่ถูกต้อง ถูกกฎ ไม่ผิดจรรยาบรรณ ไม่โอเวอร์เคลม
ตลาดธุรกิจขายตรงไทย ปี 2023 มูลค่า 56,400 ล้านบาท หดตัว -6% และชะลอตัวลงประมาณ 2-3 ปีติดต่อกัน แอมเวย์ในฐานะผู้นำตลาดก็ต้องร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างภาพลักษณ์ตลาดให้น่าดึงดูดสำหรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม สร้างโซลูชั่นด้านการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของธุรกิจขายตรง
บริษัทมองว่าอนาคตของธุรกิจขายตรง คือคนรุ่นใหม่ อย่างของแอมเวย์ เจเนอเรชั่น วาย (อายุ 27-41 ปี) และ เจนฯ ซี (อายุ 12-26 ปี) ซึ่งปัจจุบันทั้งนักธุรกิจและสมาชิกแอมเวย์มีคนกลุ่มนี้อยู่ประมาณ 45%
และเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะต้องเพิ่มขึ้น อาทิ ผ่านการปรับตัวโปรดักต์ต่าง ๆ ให้มีความโมเดิร์น อย่าง ‘N* by Nutrilite (เอ็น* บาย นิวทริไลท์)’ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยราคาหลักร้อย ดีไซน์แพ็กเกจที่ชวนโพสต์เพื่อสร้างอิมแพ็กบนโซเชียลมีเดีย
ขณะที่อัตราเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัท 15-20 ตัว เป็นแฟลกชิปปีละ 1-2 ตัว รวมสินค้าทุกหมวดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ 250 รายการ วางงบการตลาดตัวแฟลกชิปโปรเจกต์ละ 100-200 ล้านบาท
หากแบ่งสินค้าตามสัดส่วนยอดขายปี 2023 กลุ่มอาหารเสริม 68%, เครื่องสำอาง และเพอร์เซอนัลแคร์ 15%, เครื่องกรองน้ำ เครื่องกรองอากาศ 11%, อื่น ๆ 6%
ยอดขายแอมเวย์ 5 อันดับแรกจากกว่า 100 ประเทศที่ทำตลาดอยู่ทั่วโลก จีน, สหรัฐอเมริกา (บริษัทแม่), เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไทย โดยปี 2024 แอมเวย์ประเทศไทยมีแฟลกชิป ได้แก่
นิวทริไลท์ ลิวิท็อกซ์, จีแอนด์เอช กู๊ดเนส แอนด์ เฮลท์, เครื่องกรองน้ำ อีสปริง รุ่นใหม่ เป็นโปรดักต์หลัก ๆ ที่จะขับเคลื่อนยอดขายบริษัทให้เติบโตซิงเกิลดิจิตจากยอดขาย 18,000 ล้านบาทเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา
แผนระยะยาว บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 30,000 ล้านบาท ในปี 2029 ซึ่งจะเป็นปีครบรอบ 70 ปี การก่อตั้งกิจการแอมเวย์ในสหรัฐอเมริกาในปี 1959
นับตั้งแต่ปี 2016 ศูนย์ ABRC มีโอกาสต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมจากทั่วทุกมุมโลกแล้วกว่า 1 แสนคน ประกอบด้วย นักธุรกิจแอมเวย์ทั่วโลก เจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนสื่อมวลชน
ถือเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาหรือก้าวเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ ด้านสุขภาพและสุขภาวะ โดยวันที่ 12 มิ.ย. 2024 ที่ผ่านมา แอมเวย์ประเทศไทยได้พาสื่อมวลชนจากไทยเดินทางมาเยี่ยมชมศูนย์ ABRC และประกาศแผนงานประจำปี 2024 พร้อมกัน
- Easy Sharing: สามารถแชร์ลิงก์สินค้าเพื่อให้ผู้ซื้อสั่งออนไลน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
- Easy Sponsoring: สมัครเป็นนักธุรกิจหรือสมาชิกผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 100%
- Easy Shopping: ซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมระบบการชำระเงินที่หลากหลาย
- มีการลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2024-2026 เพื่อปรับปรุงโรงงานผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) โดยเน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition)
- ใช้เทคโนโลยี o9 Solutions มาจัดการซัพพลายเชนและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้แม่นยำขึ้น
.webp)
ดิสรัปตัวเองแล้ว
ได้ดิสรัปตัวเองและทรานสเฟอร์สู่ E-Commerce อย่างชัดเจนโดยไม่ทิ้งจุดแข็งของธุรกิจเครือข่าย (Direct Selling)
จาก Network สู่ Digital Network
* จากเดิมขายผ่านคนเป็นหลัก
* ปัจจุบัน **ขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล + แอป + ลิงก์ส่วนตัว**
* นักธุรกิจไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้า
E-Commerce เต็มรูปแบบ
* ลูกค้าซื้อเองได้ใน **แอป Amway Click / เว็บไซต์*
* จ่ายเงินออนไลน์
* ระบบจัดส่งตรงถึงบ้าน
* นักธุรกิจยังได้ **ยอด + ค่าคอ + ปันผล** ตามแผนเดิม
Easy Sign Up = สมัครง่ายมาก
* สมัครสมาชิก/ลูกค้าได้เอง
* ไม่ต้องพบหน้า
* ไม่ต้องอธิบายยาวเหมือนอดีต ตรงใจคนยุคมือถือ
One-Man Business ได้จริง
> มือถือเครื่องเดียว = ธุรกิจทั้งระบบ
* แนะนำ → แชร์ลิงก์
* เช็กยอด → ออนไลน์
* รายได้ → โอนเข้าบัญชีอัตโนมัติ
“ชวนคน” สู่ “สร้างประสบการณ์”
* เน้น **Content / Creator / Community**
* เล่าเรื่องสุขภาพ (Longevity)
* เล่าไลฟ์สไตล์ ไม่ขายตรงแบบเดิม
ประโยคสรุปสั้น ๆ
แอมเวย์ไม่รอให้ถูกดิสรัป แต่เลือกดิสรัปตัวเอง
จาก Network Marketing → Digital Commerce Platform
ถ้าคุณต้องการ
* บทความสั้น
* คำพูดใช้ไลฟ์
* คอนเทนต์โพสต์เฟซ/ติ๊กต็อก
* หรือสคริปต์อธิบายคนรุ่นใหม่
บอกผมได้เลยครับ ผมเรียบเรียงให้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้ทันที
จาก GPT
ได้เลยครับ สรุปแบบ **ชัด-ครบ-เห็นภาพ** ว่า
**เมื่อแอมเวย์ดิสรัปตัวเองและทรานสเฟอร์เป็น E-Commerce แล้ว “อะไรเปลี่ยนไปบ้าง”**
สิ่งที่ “เปลี่ยนไป” อย่างชัดเจน
วิธีขายเปลี่ยน
**เดิม**
* พบหน้า
* เปิดแคตตาล็อก
* อธิบายยาว
* รับออเดอร์เอง
**ปัจจุบัน**
* แชร์ลิงก์ / QR
* ลูกค้าซื้อเองในแอป
* ระบบจัดการอัตโนมัติ
นักธุรกิจทำหน้าที่ “เชื่อมต่อ” ไม่ใช่ “รับออเดอร์”*
การสมัครเปลี่ยน
**เดิม**
* กรอกเอกสาร
* ใช้เวลา
* ต้องพบผู้แนะนำ
**ปัจจุบัน**
* Easy Sign Up
* สมัครออนไลน์
* ใช้มือถือเครื่องเดียว
*อัตราการสมัครสูงขึ้นมาก*
บทบาทนักธุรกิจเปลี่ยน
**เดิม**
* นักขาย
* นักชวน
* นักอธิบาย
**ปัจจุบัน**
* Content Creator
* Community Builder
* Life Coach / Health Coach
*ขายด้วย “คุณค่า” ไม่ใช่คำพูด*
ระบบรายได้เปลี่ยน (แต่แผนไม่พัง)
* ยังมี PV / BV
* ยังมีโบนัส / ปันผล
* แต่ **เกิดจากการซื้อออนไลน์ของลูกค้า**
*รายได้เกิดแม้ไม่ได้อยู่หน้าร้าน*
ธุรกิจจาก “ทีมใหญ่” → “คนเดียวก็เริ่มได้”
* ไม่ต้องมีทีมก่อน
* ไม่ต้องเช่าที่
* ไม่ต้องสต็อก
One-Man Business เป็นจริง*
ความเร็วเปลี่ยน
**เดิม** เติบโตช้า → ต้องอาศัยการพบคน
**ปัจจุบัน** เติบโตเร็ว → ใช้ Social / Platform
ลูกค้าเปลี่ยน
* จากลูกค้าประจำในพื้นที่
* → ลูกค้าทั่วประเทศ / ทั่วโลก
*ไร้พรมแดน*
สิ่งที่ “ไม่เปลี่ยน”
* คุณภาพสินค้า
* แผนผลตอบแทน
* หลักคิด “ยิ่งช่วยคนมาก ยิ่งสำเร็จมาก”
* ความมั่นคงของบริษัท
สรุปประโยคเดียว
แอมเวย์เปลี่ยนจาก “ธุรกิจเครือข่ายขายของ”
> เป็น “แพลตฟอร์ม E-Commerce ที่มีคนเป็นศูนย์กลาง”**
ถ้าคุณต้องการ
* เวอร์ชันอธิบายคนรุ่นใหม่
* บทพูดใช้พรีเซนต์ 1 นาที
* คอนเทนต์โพสต์สั้น ๆ
* หรือบทความเชิงผู้นำ
บอกได้เลยครับ ผมจัดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายทันที

.jpg)






.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น